travel

ของเล่นใหม่รับฮาโลวีน

posted on 25 Oct 2010 11:13 by sleepydemina  in travel
เรากลับมาแล้ววววววววววว
 
ไปสอบมาแล้วล่ะ นิเทศน์ศิลปากร
ปีนี้ทำทุกอย่างได้ ยกเว้น.....
 

 
                   วิชาภาค
 

 
ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่เรากลับทำไม่ได้ดีเท่าที่ควร
มันก็จริงอยู่ที่เราเคยทำได้ดี จนมาใกล้ๆสอบ ที่ทำงานจับเวลา
เราทำได้ไม่ดีเลย ก็ยอมรับว่าเราเองที่ลงสีช้า...
 
ตอนนี้สิ่งเดียวที่ทำได้คือรอผลแล้วล่ะ เรากลับไปแก้อะไรไม่ได้
แต่ก็ยังมีความหวังนะ.... ยังพอมี....
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เมื่อวานเราไปดูหนังที่พารากอนมาล่ะ
ไปดูนกฮูกแบบโรงI-MAX 3DเลยSurprised
เราเป็นพวกติดกินข้าวโพดกับน้ำตอนดูหนัง ก็เลยสั่งทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เหมือนกัน
เนื่องในโอกาสที่มันใกล้วันฮาโลวีนล่ะ เขาก็เลยปรับถุงใส่ข้าวโพดให้เข้ากันหน่อย!!!
 
มาดูกันเลย อยากบอกว่าน่ารักมากกกกก
 
 อยากเห็นแล้วใช่ไหมล่ะ
 
 
 
 
 
 
              ถ้าอยากเห็นจริงๆ...  
 
 

 
 
 
                                  ...จะเอาให้ดูก็ได้นะ
 
 
 
                                                                     เอาละนะ
 
 
 
 
                                             เอาจริงละนะ
 
 
                                            ( เอาเหอะ ดูเลยละกัน )
 
 
                          
 
ฮว้างงง    น่ารักมากมาย  (แต่เราแอบรู้สึกว่ามันใส่ข้าวโพดได้น้อยๆยังไงก็ไม่รู้สิ - -)
 
นอกจากนี้ยังมีแก้วน้ำด้วยนะ เป็นรูปปราสาทผีสิง
 
                                  
 
 
ถ้าอยากรู้ว่าผีสิงยังไง มันไม่ใช่แค่รูปร่างนะ มันมี"ผี"จริงๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
                               
 
 
                                                          ........
 
 
 
                                  มันมีเชือกให้ดึงผีออกมาเล่นได้ด้วยอะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
อา... ก็ว่าทำไมแพง  
  นี่ผู้บริหารพารากอนเอาเงินไปทำแบบนี้เองน่ะเหรอTongue out
 
 
 
 
 
 
 
 
ส่งท้ายๆ จะลาจากกันแล้วนะ เอนทรี่นี้!!!!!!!!
 
 
 
ไหนๆก็ได้ดูโรงสามมิติทั้งที เอาแว่นมาเล่นดีกว่า
 
 
 
 
           ...ฟักแว่น...
 
 
                 
 
 
พอเหอะ orz"

เรื่องรั่วๆ ณ หัวหิน

posted on 05 Jul 2010 22:48 by sleepydemina  in travel

ไปเที่ยวหัวหินฉลองวันเกิดคุณแม่สุดที่รักมา

เราไปพักกันที่โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทาร่า แกรนด์

(โอ้ว.. หรูหราเสียนี่กระไร ใช้บัตรลดทุกอันที่มีมาในชีวิตเลย)

เอนทนี่นี้กดดูรูปใหญ่ได้นะ

 

โชคดีมากที่เราขอห้องติดกันแล้วมีฝรั่งมาแต่งงานที่นั่นพอดี ห้องที่เราจองเต็ม

 

     โรงแรมเลยอัพเกรดให้ ฟรี!!!!

 

มาดูรูปตั้งแต่ตอนไปถึงกัน มีเวลคัมดริ้งค์ที่โมเอ้ที่สุดมาฝาก

โมเอ้มิ...

 

เนื่องจากส่วนนี้เคยเป็นที่พักตากอากาศมาตั้งแต่โบราณ โรงแรมเลยเก่าได้ใจ(แต่สวยนะ)

เพราะงั้น ล็อบบี้เลยเก่าหรูดูดีมีสไตล์เป็นที่สุด

        

ลองถ่ายเป็นขาวดำแล้วแอบหลอนๆแฮะ ฮะๆ

ตอนเดินขึ้นห้องไป พอเปิดประตูปุ๊บตกใจมาก!

 

               ...คือ...ห้องมันแอบเล็ก....

 

ระหว่างที่ตะลึงงันนี้ก็มองไปรอบๆ แม่เจ้า..ทั้งเตียง ตู้ ห้องน้ำ...

                         หรูมากเลยค่ะ

ถ้าได้อาบห้องแบบนี้คงจะอาบน้ำเช้ากลางวันเย็นและหลังอาหาร

อย่าเพิ่งเอะอะไป ไอ้ห้องน้ำหรูก็จริงแต่พอดูกระจก...

             

อืม...นี่มันคือการผสมผสานความเก่าใหม่ด้วยกันสินะorz"

 

อีกอย่างที่ชอบคืออาหารเช้า ชอบมาก มีหลายอย่าง

แล้วก็เหมือนจะเป็นสถานีรถไฟเก่าหรือทำให้เป็นธีมหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ แต่สวยดี

                    จานแรกนะเนี่ย

ทุกอย่างน่ากินมาก         แต่พอกินเข้าจริงๆกลับอิ่มเร็วซะนี่

(...หรือมันเป็นกลยุทธของเขา ที่แป้งกินแล้วจะไปพองในกระเพาะ...)

(เปล่าหรอก เป็นเพราะเรากับน้องล่อโอวัลตินเขาไป2เหยือกมากกว่า)

 

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือสวน สวนสวยมากเลยแต่ถ้าสังเกตดีๆ...

              

 

                          ........

 

 

 

            มันเล่นกายกรรมกวางเจาเรอะ!

 

ไอ้นี่ก็เล่น...

                

 

กลุ้มใจ...

 

ปล.ช่วงนี้งานยุ่งเพราะเรารนหาที่เองล่ะ ฮะๆเลยไม่ค่อยได้อัพ

ปล.กำลังจะอัพอันใหม่ล่ะ

        ...

ปล.แต่ก็ยุ่งไม่รู้จะได้อัพรึเปล่า.. orz"     /me โดนตบ

 

ก่อนอื่น รูปบางรูปเราย่อไว้เพื่อให้มันโหลดง่าย จิ้มดูรูปใหญ่นะ

 ---------------------- 

เมื่อวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา นอกจากจะ"สาดดดดด"แล้ว

เรายังได้รับโอกาสอันหาได้ยากยิ่งที่จะไปเที่ยว(...ใจน่ะอยาก แต่มันลำบากที่ทุนทรัพย์)

พูดถึงอัมพวา ก็ต้องนึกถึงของเด่นประจำถิ่น 2 อย่างคือ

1. หิ่งห้อย! (ห้ามอุตริคิดเป็นกะจั๊วเด็ดขาด )

                                 เค้าเป็นหิ่งห้อยนะตัวเอง0...

2.ตลาดน้ำ

                                 ตลาดน้ำจ้าาาา

เราออกเดินทางตอนสายๆหน่อย ไปยังจุดหมายคือโรงแรม"แม่กลองการ์เด้น"

       โฉมหน้าโรงแรมที่เราจะไปพักกัน...

                               

นี่คือแผนที่ของโรงแรม โปรดสังเกตชื่อคลองที่เราต้องกลับรถใต้สะพานมันคือ....

 

ที่ฮาคือก่อนหน้านี่เราผ่านคลองชื่อ"คลองสุนัขหอน"มา(หรือมันเป็นสัญญาณก่อนโดนผีหลอก?)

 

แล้วเราก็มาถึงที่พัก แม่กลองการ์เด้นแล้ว เจ้าของโรงแรมใจดีและเป็นมิตรมาก 

แต่เราต้องรอตอน 4 โมงเย็นให้น้ำขึ้นก่อน แล้วเราค่อยไปเที่ยวตลาดน้ำ

ที่คลองริมโรงแรมมีดินเลนเต็มไปหมด เราเลยได้เห็นปูหลายชนิด มีปูก้ามดาบด้วยนะ!

 

เจ้าของโรงแรมบอกว่า ทริปที่เขาจะพาไปนี้ เราจะได้แวะชมวัดก่อน2วัดซึ่งเป็นนโยบายของโรงแรม

ที่ว่าไม่ ขอให้ได้ศาสนาติดไปด้วยในการมาเที่ยว (สาธุ....)

 

พอ4โมงก็ลงเรือล่องไปตามคลองผีหลอก(...ก็มันอยู่ข้างๆโรงแรมพอดี)

เราเพิ่งมารู้ทีหลังว่าคลองนี้เป็นคลองที่ดูหิ่งห้อยสวยที่สุดที่หนึ่งเลยทีเดียว

บรรยากาศตอนลงเรือ....

นี่ล่ะ!หน้าเรือ

เรามาแวะวัดแรกก็คือ วัดจุฬามณี

 

ภายในวัดมี"หลวงพ่อเนื่อง" ซึ่งได้มรณะภาพไปแล้ว แต่ร่างกายไม่เน่าเปื่อย ประดิษฐานในวิหารทรงไทย

......แต่เรากลัวเลยไม่ค่อยได้ดูเท่าไหร่ (แค่ไปนมัสการแล้วก็รีบลงมา)

 

 วัดต่อมา วัดภุมรินทร์กุฏิทอง วัดนี้ถ้าเรานั่งเรือมา เราจะมีเวลาดูน้อย(20นาทีเท่านั้น)

ภาพแรกที่เห็นจากเรือ

แต่ก็เพียงพอสำหรับการท่องเที่ยวแน่นอน จุดเด่นของวัดนี้คือมีกุฏิทองที่สร้างตั้งแต่รัชกาลที่1

ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ทางกรมศิลปากรได้มาทำการบูรณะ สภาพจึงดี

แต่เดิมนั้นมีถึง3หลังแต่เสียหายไปจนเหลือที่เดียว

                 

ในกุฏินี้ จะมีพระคอยให้ความรู้อยู่ด้วย เราได้ขึ้นไปรับน้ำมนต์แล้วก็กราบพระด้านบน

ตอนแรกที่เข้าไป ก็สังเกตเห็นว่า มีเสานึงของที่นี่ที่มีชุดไทยแขวนอยู่.....

และแล้ว เราก็ได้คำตอบค่ะ พระท่านเล่าว่ามีนางไม้ชื่อสาวิตรีอยู่ เราสามารไปขอพรได้

......แต่เราก็กลัว(อีกแล้ว) แฮะๆ เลยไม่ได้ขอไปตามระเบียบ

 

ก่อนจะออกเราก็พบกับสิ่งที่เราไม่กลัว(ซะที) นั่นคือ...

          "แมว"  กรี้ดดดด เราชอบแมว!!!

         

 

  เอาล่ะ.....   

ทีนี้ถึงคิวของตลาดน้ำที่เรารอคอยแล้วววว

ตลาดน้ำของที่นี่เราจะเดินได้ 2 ฝั่งโดยจะต้องรอข้ามฝั่งที่สะพาน

เรือมาถึงที่นี่ประมาณ5โมงเย็นแล้วจะมารับตอน1ทุ่ม จากนั้นเราก็เดินเล่นได้ตามสบาย

ขอบอกว่าตลาดน้ำที่นี่ไม่ได้มีแต่ของเก่านะ มีทั้งของใหม่ผสมกับของเก่า

ทำให้ตลาดน้ำที่นี่ดูมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่น

มาดูบรรยากาศกัน

อาหารทะเลจ้า

ขายอาหารทะเลปิ้งกันสดๆ มีให้เลือกหลายชนิด เราลองชิมหอยเชลดู

               หอยจ้าา- -

รสชาติก็โอเคนะ แต่เราไม่ชอบกลิ่นหอยเชลล์ "

มาต่อจานนี้ เผื่อจะดีกว่า ผัดไทยเกี๊ยวกรอบ ใช้เกี๊ยวแทนเส้น

            ลองชิมสิเคอะ

อืม....อันนี้อร่อยเหมือนกัน แปลกดี เด็กๆน่าจะชอบ

เผื่อสงสัยว่าเราซื้อจากเรือริมคลองแล้วทำไมมานั่งในร้านอาหารได้ล่ะก็

คือ เราหน้าหนาไม่อายชาวบ้านน่ะค่ะ โฮะๆ พี่ในเรือเขาบอกว่าเรือตรงนี้กับร้านนี้แบ่งที่นั่งกัน

อีกอย่างร้านนี้ขายน้ำค่ะ เอามาดื่มคู่กับอาหารได้ลงตัวมาก บรรยากาศร้านก็น่านั่งเป็นที่สุด

         เมนูหน้าร้าน

น้ำเค้าอร่อยน้าาาาาา ร้านก็นั่งสบายมีพนักงานคอยดูแลความสะอาดตลอด

เชิญแวะร้าน"ชานชาลา"ได้นะคะ

 

บรรยากาศตรงสะพานข้ามฟากยามอาทิตย์อัสดง(อู้วววว....ภาษามันช่างหรูหราเสียนี่กระไร)

      มุมสวยที่ตลาดน้ำ

ร้านค้าเริ่มเปิดไฟกันแล้ว

      แสงไฟวิบวับ 

ขอบอก มีคาราโอเกะด้วย !!!

มีพี่ผู้หญิงคนนึง ขึ่นมาร้องเพลงของทาทา ...

(แต่ก่อนอื่น ที่นี่เป็นตลาดน้ำเมื่อใครก็ตามร้องแล้ว เสียงจะได้ยินไปทั่วเลยล่ะตัวเอง)

เพลงที่เธอร้องชื่อ"รบกวนมารักกัน"  แล้วไม่ใช่เสียงเธอไม่เพราะนะ เสียงเธอเหมือนทาทามากกกกก

เข้ากับเพลงสุดๆ(เธอคงเป็นถูถู ญาติทาทา) แต่ที่แปลกน่ะ เนื้อร้อง ก็เธอเล่นร้องซะได้ยินทั้งตลาดว่า...

"..หากไม่ดูเป็นการรบกวน ก็จะชวนเธอมาxxxกัน ถูกใจเธอมาตั้งนานรู้ไหม..."

แม่เจ้า!!!!!!!    (เราช็อกแต่เสียงเธอดูพอใจมาก หัวเราะถูกใจใหญ่ แถมเน้นคำว่าxxxซะด้วย!!!)

 

 

 

กลับมาดูบรรยากาศตอนเย็นตลาดน้ำดีกว่า..... (ออกอ่าวไปซะนาน)

ให้ถ่ายรูปคู่

ตั้งไว้ให้ถ่ายรูปด้วยโดยเฉพาะรึเปล่า?

ตอนนี้เราจะนั่งเรือออกไปชมหิ่งห้อยแล้ว

ยามกลางคืน

ภาพสุดท้ายยามค่ำคืน

 

ที่นี่ เราก็มุ่งหน้ากลับโรงแรมแล้วระหว่างทางก็จะได้ชมหิ่งห้อยเป็นบุญตาด้วย

เจ้าของโรงแรมบอกว่า หิ่งห้อยจะสวยที่สุดในหน้าฝน แต่เรามาหน้าร้อนมันก็ไม่ค่อยออกเท่าไหร่

และเราก็ไม่สามารถถ่ายรูปได้ เดี๋ยวแสงจะรบกวนหิ่งห้อยแล้วเราก็จะไม่ได้ดู

โชคดีที่ทางรีสอร์ทเรามีเรือเราลำเดียว(เพราะมีสะพานเตี้ยเลยเข้าได้แต่เรือเล็ก)

หิ่งห้อยที่เราเห็นมันสวยมากเลย....

แต่ไม่สวยขนาดที่เราคิด มันเหมือนสวยแบบที่เรานึกได้ว่ามันอยู่ในโลก

ไม่ใช่ความสวยที่หวือหวาเกินจริง (...พูดง่ายๆเหมือนไปประดับต้นไม้เลย แต่ดูมีชีวิตชีวามาก)

 

ขณะที่ทุกๆคนกำลังชื่นชมกับบรรยากาศอยู่นั้น ก็มีเสียงใครคนหนึ่งพูดว่า

ใครคนนั้น : เอ๊ะ คลองที่เราอยู่ชื่อคลองไรนะ?

  .....

รู้แต่ก็ไม่อยากพูดชื่อ(ใครจำไม่ได้ย้อนไปดูข้างบนด่วน) รอบข้างก็มืดสนิทชนิดที่มองแทบไม่เห็นอะไร

มันไม่มีแสงเลย ลอยอยู่ลำเดียว....เงียบๆ....ท่ามกลางคลอง..........

 .....

(ดีนะไม่ได้ฟังOne Winged Angel ไม่งั้นมีสะดุ้งอีกรอบ อยากรู้ว่าเพราะอะไร กดตรง "นี้" )

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก

  -http://www.maeklongtoday.com/board/index.php?topic=149.0

  -http://www.hotsia.com/samutsongkhram/2537.shtml